บทความและมุมมองจาก
ทีม Moon Business Solution

เว็บโหลดช้าทำให้เสียลูกค้า ต้องแก้ตรงไหนบ้าง

Web Design

CI BRANDING

SOCIAL MEDIA

VIDEO PRODUCTION

PACKAGING DESIGN

WEBSITE DEVELOPMENT

CI BRANDING

SOCIAL MEDIA

VIDEO PRODUCTION

PACKAGING DESIGN

WEBSITE DEVELOPMENT

CI BRANDING

SOCIAL MEDIA

VIDEO PRODUCTION

PACKAGING DESIGN

WEBSITE DEVELOPMENT

CI BRANDING

SOCIAL MEDIA

VIDEO PRODUCTION

PACKAGING DESIGN

WEBSITE DEVELOPMENT

ลูกค้าที่กดเข้าเว็บคุณแล้วเจอหน้าขาวนานเกินไป มักไม่รอ เขากดย้อนกลับแล้วไปเว็บคู่แข่งทันที ทั้งที่คุณเสียเงินทำโฆษณาหรือ SEO เพื่อพาเขามาถึงหน้านี้แล้ว

ข่าวดีคือ เว็บช้าส่วนใหญ่มาจากสาเหตุ 3 อย่างที่แก้ได้ ได้แก่ รูปภาพขนาดใหญ่ ปลั๊กอินเยอะเกินไป และโฮสติ้งที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ บทความนี้จะพาตรวจทีละจุด บอกวิธีแก้ที่ทำเองได้ทันที และบอกว่าเมื่อไหร่ควรให้ทีมมืออาชีพเข้ามาช่วย

เว็บโหลดช้า เสียมากกว่าแค่ความรำคาญ

เว็บที่ช้าทำให้เสียทั้งยอดขายและอันดับบน Google พร้อมกัน

  • เสียลูกค้าก่อนเห็นสินค้า ยิ่งหน้าเว็บโหลดนาน คนยิ่งกดออกเร็ว โดยเฉพาะบนมือถือที่อินเทอร์เน็ตไม่มีความเสถียร ลูกค้าที่ออกไปแล้วไม่มีโอกาสเห็นสินค้า โปรโมชัน หรือปุ่มสั่งซื้อ
  • กระทบประสบการณ์ซื้อ ถ้าหน้าที่กดแล้วค้าง หรือปุ่มที่เลื่อนหนีตอนกำลังจะกด ทำให้ลูกค้าเสียความมั่นใจในแบรนด์
  • กระทบอันดับบน Google เพราะ Google ใช้ชุดตัวชี้วัดที่เรียกว่า Core Web Vitals วัดประสบการณ์ใช้งานจริง

หน้าเว็บที่ผ่านเกณฑ์จะมีแต้มต่อเมื่อคู่แข่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

โดยเกณฑ์ที่ Google ถือว่า “ดี” ในตัวชี้วัดหลัก 3 ตัวคือ

ตัวชี้วัด วัดอะไร เกณฑ์ที่ถือว่าดี
LCPLargest Contentful Paint เวลาที่เนื้อหาหลักของหน้า เช่น รูปใหญ่หรือหัวข้อ ปรากฏ ไม่เกิน 2.5 วินาที
INPInteraction to Next Paint ความเร็วที่หน้าเว็บตอบสนองหลังกดหรือพิมพ์ ไม่เกิน 200 มิลลิวินาที
CLSCumulative Layout Shift หน้าเว็บกระตุกหรือเลื่อนตำแหน่งระหว่างโหลดมากแค่ไหน ไม่เกิน 0.1

ทดสอบเว็บของคุณฟรีได้ที่ PageSpeed Insights เพียงใส่ลิงก์หน้าเว็บ ระบบจะบอกคะแนนและรายการที่ควรแก้

เว็บโหลดช้า

ผลการทดสอบความเร็วเว็บไซต์จาก PageSpeed Insights 

สาเหตุที่เว็บโหลดช้ามักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักดังนี้

1. รูปภาพขนาดใหญ่เกินจำเป็น

นี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของเว็บช้า โดยเฉพาะเว็บร้านค้าหรือเว็บบริษัทที่ใช้รูปสวย ๆ จำนวนมาก รูปที่ถ่ายจากกล้องหรือมือถือมักมีขนาดหลายเมกะไบต์ แต่เว็บแสดงผลจริงแค่ไม่กี่ร้อยพิกเซล เบราว์เซอร์จึงต้องดาวน์โหลดข้อมูลที่ไม่จำเป็นทั้งหมด

สัญญาณที่บอกว่าเป็นปัญหานี้ นั่นคือการที่ PageSpeed Insights แจ้งเตือนเรื่อง “Properly size images” หรือ “Serve images in next-gen formats” และหน้าที่มีรูปเยอะ เช่น หน้ารวมสินค้า โหลดช้ากว่าหน้าอื่นชัดเจน

2. ปลั๊กอินเยอะและซ้ำซ้อน

เว็บ WordPress ส่วนใหญ่เริ่มจากไม่กี่ปลั๊กอิน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามความต้องการ เช่น ฟอร์ม แชต สไลเดอร์ ป๊อปอัป ตัวติดตามต่าง ๆ ปลั๊กอินแต่ละตัวมักโหลดไฟล์ CSS และ JavaScript ของตัวเองในทุกหน้า แม้หน้านั้นไม่ได้ใช้ก็ตาม และบางตัวทำงานทับซ้อนกันเอง

สัญญาณที่บอกว่าเป็นปัญหานี้ คือการที่เว็บไซต์ของเรา มีปลั๊กอินที่ไม่ได้เปิดใช้งานจริงค้างอยู่ มีหลายตัวที่ทำหน้าที่เดียวกัน หรือเว็บช้าลงหลังติดตั้งปลั๊กอินใหม่ นอกจากนี้ปลั๊กอินที่ไม่ได้อัปเดตยังเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยด้วย

3. โฮสติ้งช้าหรือไม่เหมาะกับขนาดเว็บ

ต่อให้ปรับรูปและปลั๊กอินดีแค่ไหน ถ้าเซิร์ฟเวอร์ตอบสนองช้า เว็บก็ช้าตั้งแต่ก่อนเริ่มโหลดเนื้อหา โฮสติ้งราคาประหยัดแบบแชร์ทรัพยากรกับเว็บอื่นจำนวนมากมักช้าลงในช่วงที่คนเข้าเยอะ เช่น ช่วงโปรโมชันหรือวันที่ยิงแอด

สัญญาณที่บอกว่าเป็นปัญหานี้ นั่นก็คือ ค่า TTFB (Time to First Byte) หรือเวลาที่เซิร์ฟเวอร์เริ่มส่งข้อมูลกลับมาสูง เว็บช้าเป็นช่วง ๆ ตามเวลา หรือเว็บล่มตอนมีผู้เข้าชมพร้อมกันเยอะ ถ้าลูกค้าหลักอยู่ในไทย การเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในไทยหรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ช่วยให้ตอบสนองเร็วขึ้น

เว็บโหลดช้า

วิธีแก้ที่ทำได้ทันที

เริ่มจากข้อ 1 ก่อน เพราะมักให้ผลชัดที่สุดและเสี่ยงน้อยที่สุด

  1. วัดความเร็วก่อนแก้ ทำได้โดยการเปิด PageSpeed Insights ทดสอบหน้าแรกและหน้าสินค้าขายดี จดคะแนนและรายการแนะนำไว้ เพื่อเทียบหลังแก้
  2. ย่อขนาดรูปและเปลี่ยนเป็นไฟล์ที่เบากว่า โดยที่เราต้องทำการปรับขนาดรูปให้ใกล้เคียงกับที่แสดงจริง แล้วบีบอัดหรือแปลงเป็น WebP ผ่านเครื่องมืออย่าง Squoosh หรือปลั๊กอินบีบอัดรูปอัตโนมัติ (เว็บ WordPress ใช้ได้)
  3. เปิด Lazy Loading ซึ่งก็คือการให้รูปที่อยู่ล่างหน้าจอโหลดตอนผู้ใช้เลื่อนมาถึงเท่านั้น เว็บส่วนใหญ่รองรับในตัวหรือเปิดได้ในตั้งค่า
  4. ลบปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งก็คือการปิดแล้วลบทิ้ง (ไม่ใช่แค่ปิดเฉย ๆ) และเหลือเฉพาะตัวที่จำเป็น ถ้ามีหลายตัวทำหน้าที่เดียวกัน เก็บไว้ตัวเดียว
  5. อัปเดตธีม ปลั๊กอิน และเวอร์ชัน PHP เพราะปลั๊กอินเวอร์ชันใหม่มักเร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น แต่ควร สำรองข้อมูลก่อนเสมอ
  6. เปิดระบบแคช อธิบายง่ายๆก็คือ ระบบจำจำลองข้อมูลไว้ชั่วคราว เพื่อให้เปิดหน้าเว็บซ้ำได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องโหลดใหม่ทั้งหมดจากเซิร์ฟเวอร์หลัก การติดตั้งปลั๊กอินแคชที่เชื่อถือได้ หรือใช้แคชที่โฮสติ้งมีให้ เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ไม่ต้องสร้างหน้าใหม่ทุกครั้งที่มีคนเข้า
  7. ใช้ CDN Content Delivery Network (เครือข่ายการส่งมอบหรือกระจายเนื้อหา) เช่น บริการอย่าง Cloudflare ช่วยกระจายไฟล์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ใกล้ผู้เข้าชม และมีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มต้น
  8. ลดตัวเสริมจากเว็บอื่น ตัวอย่างเช่น ปุ่มแชต ตัวติดตามสถิติหลายตัว และฟอนต์ที่ดึงมาจากเว็บอื่น ทำให้หน้าเว็บโหลดช้าลง เพราะทุกตัวต้องโหลดเพิ่ม เก็บไว้เฉพาะตัวที่ใช้งานจริง และลบตัวที่ไม่ได้เปิดดูผลแล้วออก

  9. ทดสอบซ้ำและเปรียบเทียบ โดยการวัดอีกครั้งหลังแก้แต่ละข้อ จะรู้ว่าอะไรได้ผลและไม่ต้องแก้เกินจำเป็น
เว็บโหลดช้า

เมื่อไหร่ควรให้ทีมมืออาชีพเข้ามาช่วย

การแก้เองเหมาะกับปัญหาพื้นฐาน แต่บางกรณีการดันต่อเองใช้เวลามากกว่าคุ้ม หรือเสี่ยงทำให้เว็บพัง ควรปรึกษาทีมมืออาชีพเมื่อพบอาการเหล่านี้

  • แก้พื้นฐานแล้วแต่ยังช้า ถ้าหาก ย่อรูป ลบปลั๊กอิน เปิดแคชครบแล้ว แต่คะแนนและความรู้สึกตอนใช้จริงยังไม่ดีขึ้น แปลว่าปัญหาอาจอยู่ลึกกว่านั้น เช่น โค้ดของธีม ฐานข้อมูล หรือการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์
  • เว็บล่มหรือช้ามากตอนมีคนเข้าเยอะ มักจะเป็นปัญหาที่เกิดในช่วงแคมเปญหรือโปรโมชันกระทบรายได้โดยตรง ต้องวางแผนโครงสร้างโฮสติ้งและระบบแคชให้รับโหลดได้
  • ไม่กล้าแตะระบบ กลัวแก้แล้วเว็บเสียหาย หรือไม่มีระบบสำรองข้อมูลที่ไว้ใจได้
  • เว็บเก่า ธีมหรือโค้ดที่คนเขียนไว้เลิกดูแลแล้ว เพราะบางครั้งการรื้อบางส่วนหรือสร้างใหม่ทั้งระบบคุ้มกว่าการปะผุของเก่า
  • ร้านค้าออนไลน์ที่ยอดขายผูกกับความเร็ว เพราะเว็บไซต์ที่มีหน้าสินค้า ตะกร้า และหน้าชำระเงินควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด เพราะทุกวินาทีที่ช้ากระทบการปิดการขาย
  • ไม่มีเวลาหรือทีมดูแลต่อเนื่อง เพราะปัญหาความเร็วเว็บไม่ใช่งานแก้ครั้งเดียว ต้องมีคนตรวจและดูแลต่อเนื่องเมื่อมีการเพิ่มเนื้อหาหรือฟีเจอร์

ทีมที่ดีควรเริ่มจากการตรวจวัดและบอกสาเหตุให้ชัดก่อนเสนอวิธีแก้ ไม่ใช่เสนอให้ทำเว็บใหม่ทันที ควรบอกเป้าหมายที่วัดได้ เช่น คะแนน Core Web Vitals ก่อนและหลัง และมีแผนสำรองข้อมูลก่อนลงมือทุกครั้ง

สรุป

เว็บช้าทำให้ลูกค้ากดออกก่อนเห็นสินค้า และกระทบอันดับบน Google สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ รูปใหญ่ ปลั๊กอินเยอะ และโฮสติ้งช้า ซึ่งหลายข้อแก้เองได้ภายในวันเดียว เริ่มจากวัดผลด้วย PageSpeed Insights ย่อรูป ลบปลั๊กอินที่ไม่ใช้ แล้วเปิดแคช

ถ้าแก้พื้นฐานแล้วยังช้า เว็บล่มตอนคนเข้าเยอะ หรือคุณไม่อยากเสี่ยงทำระบบพัง ถึงเวลาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจให้ละเอียด

อยากให้ทีมเราช่วยตรวจเว็บของคุณไหม? ส่งลิงก์เว็บมาให้เราตรวจความเร็วเบื้องต้น แล้วเราจะบอกว่าช้าเพราะอะไร และควรแก้จุดไหนก่อน

ติดต่อ Moon Business Solution

อ้างอิง

  1. web.dev. Web Vitals: นิยามและเกณฑ์ที่ถือว่าดีของ Core Web Vitals (LCP ไม่เกิน 2.5 วินาที, INP ไม่เกิน 200 มิลลิวินาที, CLS ไม่เกิน 0.1)
  2. Google Search Central. Understanding Core Web Vitals and Google search results: Google แนะนำให้เว็บมี Core Web Vitals ที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ระบบจัดอันดับหลักมองหา และชี้ไปที่รายงาน Core Web Vitals ใน Search Console
  3. web.dev. The business impact of Core Web Vitals: กรณีศึกษาของแบรนด์จริงที่ปรับความเร็วแล้วยอดขาย การละทิ้งหน้า และอัตราตีกลับดีขึ้น พร้อมเทคนิคเช่น WebP การบีบอัดรูป และการเลื่อนโหลดรูปที่ไม่จำเป็น
  4. web.dev. The most effective ways to improve Core Web Vitals: เทคนิคที่ได้ผลสูงสุด เช่น ใช้ CDN ลด TTFB, ระบุขนาดรูปให้ชัดเพื่อลด layout shift, ไม่ lazy-load รูปหลักที่เป็น LCP และลด JavaScript ที่ไม่จำเป็น
  5. web.dev. Time to First Byte (TTFB): TTFB คือเวลาจนเซิร์ฟเวอร์เริ่มตอบกลับ และเกณฑ์โดยประมาณที่ควรไม่เกิน 0.8 วินาที
  6. Google. PageSpeed Insights: เครื่องมือทดสอบความเร็วและ Core Web Vitals ของหน้าเว็บ

RELATED ARTICLES

เปลี่ยนไอเดียเป็นผลลัพธ์

เปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ที่พบจริงในพื้นที่ ให้กลายเป็น Insight ที่ช่วยให้แบรนด์สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น